- 10/03/2026
ตาเหล่คืออะไร อันตรายไหม รักษาได้หรือไม่ ควรพบแพทย์เมื่อไหร่
ตาเหล่ เป็นภาวะที่พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงปัญหาด้านบุคลิกภาพหรือความสวยงาม แต่ในความเป็นจริง ตาเหล่อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบการมองเห็น การรับภาพสองตา และพัฒนาการด้านสายตา โดยเฉพาะในเด็กเล็ก หากไม่ได้รับการดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อาจนำไปสู่ภาวะสายตาข้างหนึ่งอ่อนแอถาวรได้ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า ตาเหล่เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่ รักษาได้อย่างไร และเมื่อใดควรเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์
ตาเหล่คืออะไร
ตาเหล่ (Strabismus) คือภาวะที่ดวงตาทั้งสองข้างไม่สามารถมองไปในทิศทางเดียวกันได้พร้อมกัน ทำให้แนวการมองเห็นไม่ตรงกัน บางครั้งจะเห็นว่าตาข้างหนึ่งมองตรง แต่อีกข้างเบี่ยงเข้าด้านใน ออกด้านนอก หรือเบี่ยงขึ้นลง
ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา หรือเกิดเฉพาะบางช่วง เช่น
ประเภทของตาเหล่
ตาเหล่แบ่งได้ตามทิศทางของการเบี่ยงของลูกตา
ตาเขเข้า (Esotropia)
เพราะยิ่งเราขยี้ตาก็จะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น จนเสี่ยงทำให้กระจกตาเป็นแผล
ตาเขออก (Exotropia)
ลูกตาเบี่ยงออกด้านนอก มักสังเกตได้ชัดเวลามองไกล เหม่อ หรืออ่อนล้า
ตาเขขึ้นหรือลง (Vertical strabismus)
ลูกตาเบี่ยงขึ้นหรือลง พบได้น้อย แต่ส่งผลต่อการมองเห็นสองตาและการกะระยะ
สาเหตุของตาเหล่
ตาเหล่เกิดจากความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อตาที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของลูกตา หรือความผิดปกติของเส้นประสาทที่สั่งงาน
สาเหตุในเด็ก
สาเหตุในผู้ใหญ่
อาการที่พบได้เมื่อมีภาวะตาเหล่
อาการของตาเหล่อาจแตกต่างกันตามอายุ ความรุนแรง และระยะเวลาที่เป็น บางรายสังเกตได้ชัดจากภายนอก แต่บางรายอาจมีผลต่อการมองเห็นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
ลักษณะอาการที่พบได้ ได้แก่
ตาทั้งสองข้างมองไม่ตรงกัน
เป็นสัญญาณที่เห็นได้ชัดที่สุด โดยอาจสังเกตว่าตาข้างหนึ่งมองตรง แต่อีกข้างเบี่ยงเข้า ออก หรือขึ้นลง อาการอาจเป็นตลอดเวลา หรือเกิดเฉพาะเวลาที่เหนื่อย อ่อนล้า หรือเหม่อ
เห็นภาพซ้อน (พบบ่อยในผู้ใหญ่)
เมื่อดวงตาทั้งสองข้างมองไปคนละทิศ สมองจะได้รับภาพสองชุดที่ไม่ตรงกัน ทำให้เห็นภาพซ้อน ผู้ใหญ่ที่เพิ่งเริ่มมีตาเหล่มักรู้สึกชัดเจนและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
ต้องหรี่ตาหรือเอียงศีรษะเพื่อให้มองชัด
บางคนจะเผลอเอียงศีรษะหรือหันหน้าในมุมหนึ่งโดยไม่รู้ตัว เพื่อให้แนวสายตาตรงมากขึ้น วิธีนี้ช่วยลดภาพซ้อนชั่วคราว แต่หากทำบ่อยอาจทำให้ปวดคอหรือไหล่ตามมา
ปวดตาหรือปวดศีรษะจากการเพ่ง
เมื่อกล้ามเนื้อตาต้องทำงานหนักเพื่อพยายามโฟกัสภาพให้ชัด อาจเกิดอาการล้าตา ปวดรอบดวงตา หรือปวดศีรษะ โดยเฉพาะหลังใช้สายตานาน
เด็กบางรายใช้ตาข้างเดียวเป็นหลัก
สมองของเด็กอาจเลือกใช้ภาพจากตาข้างที่มองเห็นชัดกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงภาพซ้อน ส่งผลให้ตาอีกข้างถูกใช้น้อยลง
ในเด็กเล็ก แม้จะไม่บ่นอาการหรือไม่สามารถอธิบายความผิดปกติได้ แต่การที่สมองละเลยภาพจากตาข้างหนึ่งเป็นเวลานาน อาจทำให้ตาข้างนั้นพัฒนาไม่เต็มที่ และนำไปสู่ภาวะตาขี้เกียจได้ในระยะยาว ดังนั้นการสังเกตแนวตาของเด็กตั้งแต่ช่วงอายุน้อยจึงมีความสำคัญมาก
ตาเหล่อันตรายไหม
ตาเหล่ไม่ใช่แค่เรื่องรูปลักษณ์ แต่มีผลต่อการทำงานของระบบการมองเห็น โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็กที่สมองกำลังเรียนรู้การใช้ภาพจากตาทั้งสองข้างร่วมกัน
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
ยิ่งตรวจพบเร็ว โอกาสรักษาและฟื้นฟูการมองเห็นจะยิ่งดี
ตาเหล่แบบไหนควรรีบพบแพทย์
ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์หากพบลักษณะต่อไปนี้
อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาหรือเส้นประสาท ซึ่งต้องตรวจอย่างละเอียด
การรักษาตาเหล่ทำได้อย่างไร
แนวทางรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ อายุ และความรุนแรงของอาการ โดยอาจใช้วิธีร่วมกันหลายแบบ
การรักษาในเด็กช่วงอายุน้อยมักได้ผลดีที่สุด เพราะระบบการมองเห็นยังพัฒนาได้
ภาวะแทรกซ้อนหากไม่รักษา
หากปล่อยทิ้งไว้ อาจเกิดผลกระทบระยะยาว เช่น
สรุป ตาเหล่ควรตรวจหรือไม่
ตาเหล่เป็นภาวะที่สามารถรักษาและควบคุมได้ หากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะในเด็ก หากสังเกตว่าดวงตาทั้งสองข้างมองไม่ตรง หรือมีอาการเห็นภาพซ้อน ควรเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์เพื่อประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อตาอย่างละเอียด หากคุณหรือบุตรหลานมีอาการตาเหล่ ไม่ควรรอให้หายเอง การตรวจเร็วช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความเสี่ยงต่อการมองเห็นในอนาคต
Prodpran LASIK โดยหมอปู คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณควรนัดตรวจอย่างยิ่ง เราพร้อมดูแลดวงตาของคุณ พร้อมเทคโนโลยีวิเคราะห์การมองเห็นอย่างละเอียด
นัดตรวจดวงตากับจักษุแพทย์เฉพาะทาง พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตาเหล่
Q1: ตาเหล่หายเองได้ไหม
ในทารกช่วง 0–3 เดือน อาจมีช่วงที่ตาดูเหมือนเหล่ได้เพราะระบบการควบคุมกล้ามเนื้อตายังพัฒนาไม่เต็มที่ แต่หากอายุเกิน 4–6 เดือนแล้วยังเห็นตาเบี่ยงชัด ควรพาไปตรวจ เพราะตาเหล่จริงมักไม่หายเอง
Q2: ตาเหล่ต้องผ่าตัดทุกคนหรือไม่
ไม่จำเป็น การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ บางรายใส่แว่นหรือฝึกกล้ามเนื้อตาก็เพียงพอ การผ่าตัดจะพิจารณาเมื่อแนวตาเบี่ยงมากหรือวิธีอื่นไม่ได้ผล
Q3: ผู้ใหญ่เป็นตาเหล่รักษาได้ไหม
รักษาได้ แต่ต้องหาสาเหตุ เช่น เส้นประสาท กล้ามเนื้อตา หรือโรคประจำตัว ผู้ใหญ่บางรายอาจมีอาการภาพซ้อน ซึ่งต้องประเมินอย่างละเอียดก่อนเลือกวิธีรักษา
Q4: ตาเหล่ทำให้สายตาสั้นหรือยาวไหม
ตาเหล่ไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของสายตาสั้นหรือยาว แต่สายตาผิดปกติ โดยเฉพาะสายตายาว อาจทำให้เกิดตาเหล่ได้ในเด็ก
Q5: เด็กควรตรวจตาเมื่อไหร่
หากสงสัยว่าตาไม่ตรง ควรตรวจทันที หรืออย่างน้อยควรมีการคัดกรองสายตาก่อนวัยเข้าเรียน เพื่อป้องกันภาวะตาขี้เกียจ
Q6: ตาเหล่มีผลต่อการมองเห็นระยะลึกหรือไม่
มีผล เพราะการมองเห็นสามมิติต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของตาทั้งสองข้าง หากแนวตาไม่ตรง สมองจะรวมภาพได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้กะระยะยากขึ้น


