- 09/03/2026
ปวดกระบอกตาเกิดจากอะไร อันตรายไหม แบบไหนควรรีบพบแพทย์
อาการ ปวดกระบอกตา เป็นปัญหาที่หลายคนเคยเผชิญ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน บางครั้งอาจเกิดจากความล้าของดวงตาเพียงชั่วคราว แต่ในบางกรณีอาการปวดลึกบริเวณเบ้าตาอาจเป็นสัญญาณของโรคทางตาหรือความผิดปกติของเส้นประสาทที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัย
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า อาการปวดกระบอกตาแบบใดไม่อันตราย และแบบใดควรรีบพบจักษุแพทย์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการมองเห็นในระยะยาว
อาการปวดกระบอกตาคืออะไร
ปวดกระบอกตา คือความรู้สึกปวดลึกบริเวณเบ้าตา รอบดวงตา หรือด้านหลังลูกตา อาจเกิดขึ้นได้ทั้งตาข้างเดียวหรือสองข้าง ลักษณะอาการแตกต่างกันตามสาเหตุ บางรายรู้สึกเพียงตึง ๆ หนัก ๆ แต่บางรายอาจปวดลึกจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่
สาเหตุของอาการปวดกระบอกตาที่พบบ่อย
อาการปวดกระบอกตาอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้สายตาไปจนถึงโรคทางตา
การใช้สายตาหนัก (Eye Strain)
การจ้องหน้าจอหรือเพ่งมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานต่อเนื่องโดยไม่ได้พัก ส่งผลให้เกิดอาการล้าตาและปวดลึกในเบ้าตา ปัจจัยที่พบบ่อย ได้แก่
ภาวะตาแห้ง
เมื่อผิวตาขาดความชุ่มชื้น จะเกิดการเสียดสีกับเปลือกตา ทำให้รู้สึกแสบ เคือง และปวดตาได้ โดยมักพบในผู้ที่
ไซนัสอักเสบ
โพรงไซนัสบริเวณหน้าผากและโหนกแก้มอยู่ใกล้เบ้าตา เมื่อเกิดการอักเสบอาจทำให้ปวดลึกบริเวณกระบอกตา อาการมักชัดเจนขึ้นเมื่อก้มศีรษะ และมักมีคัดจมูก น้ำมูก หรือแน่นใบหน้าร่วมด้วย
ไมเกรน
ไมเกรนอาจทำให้ปวดรอบดวงตาหรือปวดข้างเดียว ลักษณะปวดมักเป็นจังหวะตุบ ๆ และอาจมีอาการไวต่อแสง เสียง หรือคลื่นไส้ร่วม
โรคตาที่มีความรุนแรง
ในบางกรณี อาการปวดกระบอกตาอาจเกี่ยวข้องกับโรคทางตาที่ต้องรักษาโดยเร็ว เช่น
อาการร่วมที่พบได้เมื่อปวดกระบอกตา
ลักษณะอาการร่วมช่วยบอกสาเหตุได้บางส่วน โดยอาการที่พบได้ ได้แก่
หากไม่มีสัญญาณอันตราย อาการอาจดีขึ้นได้เมื่อพักสายตา
ปวดกระบอกตาแบบไหนอันตราย ควรรีบพบแพทย์
แม้อาการปวดกระบอกตาหลายกรณีไม่รุนแรง แต่มีบางลักษณะที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องรักษาอย่างเร่งด่วน
สัญญาณเตือนที่ควรรีบพบจักษุแพทย์
อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะ เช่น ต้อหินเฉียบพลัน เส้นประสาทตาอักเสบ หรือการติดเชื้อภายในตา ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อมีอาการปวดกระบอกตา
หากอาการยังไม่รุนแรง และไม่มีสัญญาณเตือน สามารถเริ่มดูแลตนเองเพื่อลดความล้าของดวงตาได้ แนวทางที่ช่วยบรรเทาอาการ ได้แก่
หากดูแลแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหากไม่รักษา
ในกรณีที่อาการปวดกระบอกตามีสาเหตุจากโรคตา การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจส่งผลต่อการมองเห็นได้ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบ ได้แก่
การตรวจหาสาเหตุตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
สรุป ปวดกระบอกตาอันตรายแค่ไหน
อาการปวดกระบอกตาอาจเกิดจากการใช้สายตาหนัก ภาวะตาแห้ง หรือไมเกรน ซึ่งมักไม่อันตรายและสามารถดีขึ้นได้เมื่อพักสายตา แต่หากมีอาการปวดรุนแรง ตามัว ตาแดง หรือไม่ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ถือเป็นสัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์ การตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น
หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการปวดกระบอกตาที่น่าสงสัย ไม่ควรรอให้หายเอง ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อความปลอดภัยของดวงตา
Prodpran LASIK โดยหมอปู คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณควรนัดตรวจอย่างยิ่ง เราพร้อมดูแลดวงตาของคุณ พร้อมเทคโนโลยีวิเคราะห์การมองเห็นอย่างละเอียด
นัดตรวจดวงตากับจักษุแพทย์เฉพาะทาง พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการปวดกระบอกตา
Q1: ปวดกระบอกตาเกิดจากจอคอมได้ไหม
ได้ การจ้องหน้าจอนานทำให้กล้ามเนื้อตาเกร็งและเกิดอาการล้าตา
Q2: ปวดกระบอกตาอันตรายหรือไม่
ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่หากปวดรุนแรงหรือมีตามัวควรพบแพทย์
Q3: ปวดกระบอกตากับไมเกรนเกี่ยวกันไหม
เกี่ยวข้องได้ ไมเกรนอาจทำให้ปวดรอบดวงตาหรือเบ้าตา
Q4: ควรหยอดยาเองหรือไม่
ไม่ควรใช้ยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์โดยไม่ปรึกษาแพทย์
Q5: ใส่คอนแทคเลนส์แล้วปวดกระบอกตาควรทำอย่างไร
หากไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 วัน หรือมีอาการรุนแรงควรไปตรวจ
Q6: ไม่เคยมีปัญหาสายตา จำเป็นต้องวัดสายตาไหม
ควรถอดคอนแทคเลนส์และงดใช้จนกว่าจะได้รับการตรวจจากแพทย์


