- 10/03/2026
คันหัวตา มีสาเหตุจากอะไร ต้องทำยังไงถึงจะหาย เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
คันหัวตาถือเป็นหนึ่งในอาการที่เชื่อได้เลยว่าในชีวิตของเรา มีโอกาสเจอค่อนข้างบ่อยมาก และถึงมันจะไม่ทำอันตรายอะไรแก่เรามากนักในช่วงที่มีอาการ แต่มันส่งผลอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการที่เราต้องสู้กับอาการคันที่แก้ไม่หายในทันที หรือบางคนที่ใช้วิธีการบรรเทาที่ไม่ถูกต้อง จนก่อให้เกิดอาการคันที่รุนแรงถึงขั้นที่ขยี้ตาจนตาแดงได้เลยทีเดียว
ดังนั้นบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการคันหัวตา ตั้งแต่เรื่องสาเหตุ คันหัวตา วิธีการรักษาบรรเทาอาการ ความอันตรายของอาการดังกล่าว และสิ่งที่ทำให้อาจเกิดอาการนี้ซ้ำขึ้นมา เพื่อช่วยให้คุณได้ดูแลดวงตาอย่างเหมาะสมที่สุดค่ะ
สาเหตุ คันหัวตา เกิดจากอะไร
วิธีรักษาและบรรเทาอาการคันหัวตา
1. หยุดขยี้ตาทันที เพราะยิ่งเราขยี้ตาก็จะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น จนเสี่ยงทำให้กระจกตาเป็นแผล
2. ใช้น้ำตาเทียม เพื่อชะล้างสิ่งที่ทำให้รู้สึกระคายเคืองอย่างสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตาได้
3. ประคบเย็น นำผ้าสะอาดชุดน้ำเย็นแล้วนำไปประคบเปลือกตา เพื่อช่วยลดอาการอักเสบ ระคายเคืองและบวม (เหมาะกับผู้ที่มีอาการคันหัวตาจากภูมิแพ้ขึ้นตา หรือเกิดอาการบวมคันไม่ทราบสาเหตุ)
4. ประคบอุ่น กรณีที่อาการคันหัวตาเกิดจากเปลือกตาอักเสบ ให้วางผ้าอุ่นบนเปลือกตาประมาณ 5-10 นาที จากนั้นนวดเบา ๆ 5-10 นาที พร้อมกับเช็ดบริเวณเปลือกตาอย่างอ่อนโยน
คันหัวตาอันตรายไหม? เมื่อไหร่ถึงควรพบแพทย์
โดยปกติแล้วอาการคันหัวตาเบื้องต้น อาจไม่ได้หมายถึงอันตรายร้ายแรงต่อดวงตามากนัก แต่ถ้าเราขยี้ตานานหรือแรงเกินไปใน อาจมีอาการแทรกซ้อนเพิ่มขึ้นได้ เช่น ปวดตารุนแรง ตาแดงจัด รู้สึกตาแพ้แสง ตามัว ปวดรอบดวงตา รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในดวงตา มีตุ่ม แผลรอบดวงตา หรือการมองเห็นเปลี่ยนไป หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นควรรีบพบจักษุแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องค่ะ
สิ่งที่ทำให้อาจเกิดอาการคันหัวตาซ้ำ
สรุป คันหัวตา อันตรายมากน้อยแค่ไหน ควรรีบดูแลยังไงให้อาการดีขึ้น
คันหัวตาเป็นอาการที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้บ่อย ยิ่งในเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงในโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว จะมีโอกาสเจอค่อนข้างบ่อยกว่าปกติ ซึ่งความอันตรายอาจไม่ได้สูงมากเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง การบรรเทาอาการที่เหมาะสม จนเกิดการขยี้ตารุนแรงต่อเนื่อง ก็ทำให้สามารถขยายผลจนกลายเป็นโรคที่เกี่ยวกับดวงตาได้ สิ่งที่ควรทำที่สุดในเมื่อรู้สึกคันหัวตา คือ ต้องหยุดขยี้ตา หาน้ำตาเทียมหยอดลดอาการระคายเคือง หรืออย่างน้อยที่สุดก็รีบล้างด้วยน้ำสะอาด เว้นเสียว่าเกิดอาการผิดปกติมากกว่าความรู้สึกคัน ให้รีบเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสมโดยเร็วค่ะ
Prodpran LASIK โดยหมอปู คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณควรนัดตรวจอย่างยิ่ง เราพร้อมดูแลดวงตาของคุณ พร้อมเทคโนโลยีวิเคราะห์การมองเห็นอย่างละเอียด
นัดตรวจดวงตากับจักษุแพทย์เฉพาะทาง พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการ คันหัวตา
Q1: คันหัวตา รักษาให้หายขาดได้ไหม
อาการคันหัวตานั้นไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถลดความเสี่ยง เลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแทนได้
Q2: คันหัวตา ขยี้นิดหน่อยได้ไหม
ถ้าเกิดอาการคันหัวตาขึ้นแล้ว ไม่ควรขยี้เด็ดขาด เพราะยิ่งเราขยี้ตามากเท่าไหร่ ร่างกายจะปล่อยสารฮิสตามีน ทำให้คันมากขึ้น
Q3: มียาหยอดแก้คันหัวตาไหม
มียาหยอดตาที่ช่วยลดอาการแพ้ คันและแดงได้ แต่หากต้องการใช้ยาหยอดตา ควรได้รับคำปรึกษาโดยตรงจากเภสัชกรหรือจักษุแพทย์ก่อน
Q4: คันหัวตาเพราะแพ้ฝุ่นทำยังไงได้บ้าง
เริ่มต้นจากการทำความสะอาดบ้าน ซักผ้าปูที่นอน ปลอดหมอน ใช้ผ้าคลุมกันไรฝุ่น หรือติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ
Q5: คันหัวตาแล้วน้ำตาไหล ปกติไหม
ไม่ถือว่าเป็นอาการปกติ ควรได้รับการดูแลและบรรเทาอาการอย่างเร่งด่วน ซึ่งทำได้ทั้งการล้างตาด้วยน้ำสะอาด หรือใช้น้ำตาเทียม
Q6: คันหัวตาต้องถึงขั้นใช้ผ้าปิดตาไหม
โดยปกติแล้วเมื่อมีอาการคันหัวตา ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นใช้ผ้าปิดตา แต่ให้หยุดขยี้ตาก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นจึงเลือกใช้น้ำตาเทียม น้ำสะอาด หรือประคบเย็น เพื่อช่วยบรรเทาอาการตามลำดับก็เพียงพอแล้วสำหรับอาการคันหัวตาที่ไม่ได้มีภาวะแทรกซ้อน


