- 12/11/2025
อาการ “ตาพร่ามัว” หรือ “มองเห็นไม่ชัด” เป็นหนึ่งในปัญหาทางสายตาที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย หลายคนอาจรู้สึกเพียงแค่มองภาพเบลอ เห็นไม่ชัดในบางเวลา แต่ในบางกรณีอาการตาพร่ามัวอาจเป็น สัญญาณเริ่มต้นของโรคตาที่อันตราย ซึ่งหากปล่อยไว้นานโดยไม่หาสาเหตุ อาจนำไปสู่ภาวะสูญเสียการมองเห็นถาวรได้
ความหมายของอาการ “ตาพร่ามัว”
“ตาพร่ามัว” หมายถึง ภาวะที่การมองเห็นลดลง ไม่สามารถโฟกัสภาพได้ชัดเจนเหมือนปกติ อาจเกิดขึ้นเฉียบพลันในระยะสั้น หรือค่อย ๆ เป็นมากขึ้นในระยะยาวก็ได้ โดยอาการอาจเกิดขึ้น เฉพาะข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และมีความรุนแรงแตกต่างกันไปตามสาเหตุ
สาเหตุของอาการตาพร่ามัว
อาการตาพร่ามัวมีได้หลายสาเหตุ ตั้งแต่ปัญหาสายตาทั่วไป ไปจนถึงโรคทางตาและโรคระบบประสาทที่ร้ายแรง โดยแบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้
1. ความผิดปกติของค่าสายตา
เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด โดยเกิดจากดวงตาไม่สามารถโฟกัสแสงให้ตกบนจอประสาทตาได้อย่างพอดี ทำให้ภาพที่เห็นพร่ามัว เช่น
แนวทางแก้ไข: ตรวจวัดค่าสายตาโดยจักษุแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา เพื่อปรับแว่นหรือคอนแทคเลนส์ให้เหมาะสม
2. ปัญหาที่กระจกตา (Cornea)
กระจกตาเป็นส่วนหน้าสุดของดวงตา ทำหน้าที่หักเหแสง หากมีความผิดปกติ เช่น
แนวทางรักษา: ใช้ยาหยอดตาตามแพทย์สั่ง หรือกรณีรุนแรงอาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา
อ่านเพิ่มเติม : กระจกตาบาง อาการเป็นอย่างไร3. โรคต้อหิน (Glaucoma)
โรคต้อหินเป็นภาวะที่ ความดันลูกตาสูงกว่าปกติ ทำให้เส้นประสาทตาค่อย ๆ ถูกทำลาย ผู้ป่วยจะค่อย ๆ มองเห็นภาพมัวลงโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะบริเวณขอบภาพ หากปล่อยไว้อาจถึงขั้นตาบอดได้ สัญญาณเตือน: มองเห็นภาพเบลอ มีอาการปวดตา ตาแดง หรือเห็นแสงสีรุ้งรอบดวงไฟ แนวทางรักษา: ใช้ยาลดความดันตา เลเซอร์ หรือผ่าตัดตามความเหมาะสม4. โรคต้อกระจก (Cataract)
เกิดจากเลนส์ตาขุ่น ทำให้แสงผ่านไปยังจอประสาทตาได้ไม่ดี ผู้ป่วยจะมองเห็นภาพมัว สีหม่น แพ้แสง หรือเห็นแสงกระจายตอนกลางคืน
กลุ่มเสี่ยง: ผู้สูงอายุ ผู้ที่ได้รับแสงแดดจัดเป็นเวลานาน หรือใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง
แนวทางรักษา: ผ่าตัดลอกต้อกระจกและใส่เลนส์แก้วตาเทียม5. โรคจอประสาทตาเสื่อม (Retinal disease)
จอประสาทตาทำหน้าที่รับภาพ หากเกิดความผิดปกติ เช่น
อาจทำให้มองเห็นภาพมัว บิดเบี้ยว หรือเห็นเงาดำบังกลางภาพ
แนวทางรักษา: ขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น การเลเซอร์ การฉีดยา หรือการผ่าตัดรักษาจอประสาทตา6. ปัญหาจากระบบประสาทหรือหลอดเลือด
บางครั้งอาการตาพร่ามัวอาจไม่ได้มาจากดวงตาโดยตรง แต่เกิดจากโรคของระบบประสาทหรือหลอดเลือด เช่น
ตาพร่ามัวแบบไหนควรรีบพบแพทย์?
หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกับการมองเห็นพร่ามัว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง เช่น จอประสาทตาหลุดลอก หรือหลอดเลือดในตาแตก ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
อ่านเพิ่มเติม : เล่นโทรศัพท์มากตามัว มีวิธีแก้อย่างไร
วิธีดูแลและป้องกันอาการตาพร่ามัว
เพื่อป้องกันไม่ให้อาการตาพร่ามัวเกิดขึ้นหรือรุนแรงขึ้น สามารถดูแลตนเองได้ดังนี้
การดูแลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะสายตาพร่ามัวในอนาคตได้ค่ะ
การรักษาอาการตาพร่ามัว
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เช่น ตรวจสายตา ตรวจความดันตา ตรวจจอประสาทตาด้วยเครื่อง OCT หรือ Fundus camera แล้วจึงกำหนดแนวทางรักษาที่เหมาะสม เช่น
สรุป ตาพร่ามัวเป็นอาการที่ไม่ควรละเลย
แม้อาการตาพร่ามัวจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยอย่างสายตาผิดปกติ ไปจนถึงโรคร้ายแรงของจอประสาทตา แต่สิ่งสำคัญคือ การตรวจหาสาเหตุอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น เพราะการรักษาที่เร็วจะช่วยป้องกันภาวะสูญเสียการมองเห็นถาวรได้ค่ะ
หากคุณเริ่มรู้สึกว่ามองภาพไม่ชัด หรือมีอาการตาพร่ามัวเป็นระยะ อย่ารอให้สายเกินไป — ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์ทันที เพื่อหาสาเหตุและแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับดวงตาของคุณค่ะ
- ดวงตาของคุณมีเพียงคู่เดียว ควรเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด
หมอปู แห่งโปรดปรานเลสิค คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณควรนัดตรวจอย่างยิ่ง เราพร้อมดูแลดวงตาของคุณ พร้อมเทคโนโลยีวิเคราะห์การมองเห็นอย่างละเอียด
นัดตรวจดวงตากับจักษุแพทย์เฉพาะทาง เพื่อดูว่าคุณเหมาะกับเลสิคหรือไม่ พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “ตาพร่ามัวเกิดจากอะไร”
Q1 : ตาพร่ามัวเฉียบพลันเกิดจากอะไร?
อาจเกิดจากหลอดเลือดในตาอุดตัน จอประสาทตาหลุดลอก หรือเส้นประสาทตาอักเสบ ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ทันที
Q2 : ตาพร่ามัวตอนเช้าหลังตื่นนอนเป็นเพราะอะไร?
อาจเกิดจากกระจกตาบวมน้ำในช่วงตื่นใหม่ ๆ หรือดวงตาแห้งจากการนอนในห้องแอร์
Q3 : ตาพร่ามัวข้างเดียวต้องกังวลไหม?
ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคจอประสาทตา หรือหลอดเลือดในตาอุดตัน
Q4 : ใช้คอมพิวเตอร์แล้วตามัว เกิดจากโรคหรือเปล่า?
ส่โดยมากเกิดจากอาการล้าของสายตา (Eye strain) หากพักสายตาแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรตรวจสายตา
Q5 : ตาพร่ามัวในผู้สูงอายุเกิดจากอะไร?
มักเกิดจากต้อกระจกหรือจอประสาทตาเสื่อมตามวัย ซึ่งเป็นโรคที่รักษาได้ถ้าพบตั้งแต่ระยะแรก
Q6 : ตาพร่ามัวจากเบาหวานอันตรายไหม?
อันตรายค่ะ เพราะอาจเป็นภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา หากปล่อยไว้เสี่ยงตาบอดถาวร
Q7 : มองเห็นภาพซ้อนกับตาพร่ามัวต่างกันอย่างไร?
ภาพซ้อนมักเกิดจากกล้ามเนื้อตาไม่ทำงานประสานกัน ส่วนภาพพร่ามัวคือมองไม่ชัดทั่วทั้งภาพ
Q8 : ตาพร่ามัวรักษาได้ไหม?
รักษาได้ค่ะ หากทราบสาเหตุและเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง เช่น ปรับค่าสายตา ผ่าตัด หรือใช้ยา


