เลสิกมีกี่แบบ? เปรียบเทียบข้อดี–ข้อจำกัด เลือกให้เหมาะกับสายตาและไลฟ์สไตล์ของคุณ

|
|
เลสิกมีกี่แบบ? เปรียบเทียบข้อดี–ข้อจำกัด เลือกให้เหมาะกับสายตาและไลฟ์สไตล์ของคุณ
เลสิกมีกี่แบบ? เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัด

เลสิกเป็นหัตถการยอดนิยมสำหรับคนที่อยาก “ถอดแว่น” หรือเลิกใช้คอนแทคเลนส์ แต่พอเริ่มค้นหาข้อมูลจริง จะพบคำศัพท์มากมายจนสับสน เช่น PRK, LASIK, Femto LASIK, ReLEx SMILE, ICL เป็นต้น ทำให้หลายคนไม่แน่ใจว่าแบบไหนเหมาะกับตาตัวเองที่สุด และควรเลือกอย่างไรให้ปลอดภัยระยะยาว

บทความนี้จะช่วยตอบคำถามสำคัญว่า “เลสิกมีกี่แบบ?” พร้อมอธิบายข้อดี–ข้อจำกัด และกลุ่มคนที่เหมาะกับเทคนิคแต่ละแบบ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและเตรียมตัวคุยกับจักษุแพทย์ได้อย่างมั่นใจค่ะ

เลสิกคืออะไร? เข้าใจหลักการแบบง่ายก่อนเลือกเทคนิค

เลสิก (LASIK – Laser-Assisted In Situ Keratomileusis) คือการใช้เลเซอร์ปรับความโค้งของกระจกตาให้แสงโฟกัสได้แม่นยำขึ้น ส่งผลให้การมองเห็นคมชัดขึ้น สามารถแก้สายตาสั้น สายตายาว และเอียงบางชนิดได้

การทำเลสิกช่วยลดการพึ่งพาแว่นและคอนแทคเลนส์ แต่การผ่าตัดแต่ละแบบมีเงื่อนไขทางกายภาพที่ต่างกัน เช่น ความหนากระจกตา รูปทรงกระจกตา ปัญหาตาแห้ง หรืออาชีพที่เสี่ยงต่อการกระแทกตา ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องมีหลายเทคนิคเพื่อรองรับความแตกต่างของแต่ละคน

เลสิกมีกี่แบบ? สรุป 4 เทคนิคหลักที่ใช้ในปัจจุบัน

กลุ่มเทคนิคเลสิกที่ได้รับความนิยมและถูกพูดถึงมากที่สุดมี 4 แบบหลัก ได้แก่

    1. PRK / trans PRK – ลอกผิวกระจกตาด้านบน แล้วยิงเลเซอร์บนผิวกระจกตา เพื่อปรับค่าสายตา

    2. LASIK มาตรฐาน – เปิด ฝากระจกตา ด้วยใบมีด microkeratome แล้วยิงเลเซอร์เพื่อ ปรับค่าสายตา

    3. Femto LASIK หรือ Bladeless LASIK – เปิด ฝากระจกตา ด้วยเลเซอร์ femtosecond แล้วยิงเลเซอร์เพื่อปรับค่าสายตา

    4. ReLEx SMILE – ใช้เลเซอร์ femtosecond เพื่อเข้าไปแยกชั้นเนื้อกระจกตาด้านในเพื่อปรับค่าสายตาแล้วดึงเนื้อชั้นกระจกตาที่แยกออกผ่านทางแผลเล็ก จะไม่มีฝากระจกตา

ส่วนเทคนิคอย่าง ICL / Phakic IOL เป็นการใส่เลนส์เสริมในตา ใช้ในผู้ที่ไม่เหมาะทำเลสิกแบบยิงเลเซอร์ แต่จะไม่นับเป็น “เลสิก” โดยตรงค่ะ

ต่อไปนี้คือรายละเอียดแบบเจาะลึกของแต่ละเทคนิค

PRK / trans PRK – ยิงเลเซอร์บนผิวกระจกตา เหมาะกับกระจกตาบางและอาชีพเสี่ยงกระแทก

หลักการ

แพทย์จะลอกผิวกระจกตาชั้นบน (epithelium) ออกก่อน แล้วค่อยยิงเลเซอร์ปรับรูปทรงกระจกตา จากนั้นผิวกระจกตาจะงอกใหม่เองในไม่กี่วัน

ข้อดี

    1. ไม่มี flap ลดความเสี่ยงการเคลื่อนหรือฉีกในอนาคต เหมาะกับนักกีฬา ทหาร หรือคนที่อาจโดนกระแทกตาได้

    1. ใช้เนื้อกระจกตาน้อยกว่า จึงเหมาะกับคนกระจกตาบาง

    1. ความปลอดภัยระยะยาวสูง เทคนิคมีข้อมูลสนับสนุนมายาวนาน

    ข้อจำกัด

    1. พักฟื้นนานที่สุด อาจต้องใช้เวลา 1–2 สัปดาห์กว่าจะเห็นชัด

    1. แสบตามากช่วงแรก เพราะไม่มีผิวกระจกตาปกป้อง

    1. เสี่ยงเกิด Haze (ผิวกระจกตาขุ่น) ในค่าสายตาสูง (แพทย์จะป้องกันล่วงหน้าให้)

    เหมาะกับคนที่ต้องการความแข็งแรงของกระจกตาสูงกว่าความเร็วในการฟื้นตัว

  • LASIK แบบมาตรฐาน – ทำ flap ด้วยใบมีด ฟื้นตัวเร็ว ราคาคุ้มค่า

    หลักการ

    ใช้ใบมีด microkeratome เปิดฝา ที่กระจกตา พับ ฝาขึ้น ยิงเลเซอร์ แล้วปิดฝา กลับ

    ข้อดี

  • ฟื้นตัวเร็วมาก ส่วนใหญ่เห็นชัดใน 1–3 วัน
  • รู้สึกเจ็บน้อย ระคายเคืองเพียงเล็กน้อย
  • ค่าใช้จ่ายค่อนข้างประหยัดกว่า femto/SMILE
  • ข้อจำกัด

  • มี ฝากระจกตา ที่ต้องดูแล
  • ใช้ใบมีด ทำให้ ฝากระจกตา อาจมีความไม่สม่ำเสมอในบางเคส (แม้จะพบได้น้อย)
  • เหมาะสำหรับคนที่งบประมาณจำกัดและโครงสร้างตาเหมาะสม

    Femto LASIK – ไม่ใช้ใบมีด เปิดฝากระจกตาได้ แม่นยำกว่า ปลอดภัยขึ้น

    หลักการ

    ใช้ Femtosecond laser สร้าง ฝากระจกตา ที่มีความสม่ำเสมอกว่าแบบใช้ใบมีด จากนั้นใช้ Excimer laser ยิงปรับกระจกตา เพื่อแก้ไขค่าสายตา

    ข้อดี

  • ความแม่นยำสูงกว่า LASIK แบบใบมีด
  • รู้สึกเจ็บน้อย ระคายเคืองเพียงเล็กน้อย
  • ผลลัพธ์คาดการณ์ได้ดีขึ้น เพราะ ฝากระจกตา เรียบสม่ำเสมอ
  • ฟื้นตัวไวเหมือน LASIK
  • ข้อจำกัด

  • ยังมี ฝากระจกตา อยู่ ต้องระวังการกระแทกและการขยี้ตา
  • ราคาสูงกว่า LASIK แบบใบมีด
  • เหมาะกับคนที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูงกว่า แต่ยังต้องการความเร็วในการฟื้นตัว

    ReLEx SMILE – แผลเล็ก ไม่มี ฝากระจกตา ฟื้นตัวไว เหมาะกับคนกลัวตาแห้ง

    หลักการ

    ยิงเลเซอร์สร้างเลนติคูล (ชิ้นเนื้อ) ภายในกระจกตา แล้วดึงออกผ่านแผลเล็กเพียง 2–4 มิลลิเมตร ไม่มีการเปิด ฝากระจกตา

    ข้อดี

  • ความแม่นยำสูงกว่า LASIK แบบใบมีด
  • แผลเล็กมาก ฟื้นตัวเร็ว ลดโอกาสตาแห้ง
  • ไม่มี ฝากระจกตา จึงทนต่อแรงกระแทกได้ดีกว่า
  • ระคายเคืองน้อย เพราะเนื้อเยื่อถูกทำลายน้อยกว่า
  • ลด โอกาสการเกิดแสงแตกตอนกลางคืน
  • ข้อจำกัด

  • ค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในกลุ่มเลสิกแบบเลเซอร์
  • อาจไม่เหมาะกับสายตายาวบางประเภท
  • เหมาะกับสายไลฟ์สไตล์แอคทีฟ คนตาแห้งง่าย หรือคนที่กังวลเรื่อง ฝากระจกตา

    ICL เทคนิคยอดนิยม ทางเลือกสำหรับคนทำเลสิกไม่ได้

    ICL ไม่ใช่เลสิก แต่คือการผ่าตัดใส่เลนส์เสริมในดวงตา เหมาะกับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์เลสิกเลเซอร์

    โดยมีคุณสมบัติดังนี้

  • กระจกตาบางมาก
  • ค่าสายตาสั้นสูงหรือเอียงสูง
  • ไม่ผ่านเกณฑ์ทำเลสิกแบบเลเซอร์
  • เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ต้องให้แพทย์ประเมินละเอียด เพราะเป็นการผ่าตัดภายในลูกตาและราคาสูงกว่า

    ข้อควรรู้ก่อนทำเลสิก เช็กให้ครบก่อนตัดสินใจจริง

    ก่อนเลือกเทคนิค ควรดูปัจจัยเหล่านี้ประกอบด้วย

  • ค่าสายตาต้องคงที่อย่างน้อย 1–2 ปี
  • ความหนากระจกตาต้องเพียงพอ
  • ประเมินปัญหาตาแห้ง/โรคตาร่วม
  • ลักษณะงานและไลฟ์สไตล์ เช่น นักกีฬา, งานหนักกลางแจ้ง
  • งบประมาณและแพ็กเกจติดตามผลหลังทำ
  • สิ่งเหล่านี้ต้องตรวจอย่างละเอียด ไม่ใช่ดูจากผลวัดสายตาที่ร้านแว่นเท่านั้นค่ะ

    ขั้นตอนตรวจตาก่อนทำเลสิก ทำไมต้องละเอียดหลายชั่วโมง?

    แพทย์ต้องตรวจหลายอย่างเพื่อความปลอดภัย เช่น

  • วัดสายตาหลายรอบเพื่อดูความคงที่
  • ตรวจความหนากระจกตา
  • ตรวจความโค้งรูปร่างกระจกตา
  • ตรวจตาแห้ง
  • ตรวจจอประสาทตา
  • การตรวจละเอียดคือสิ่งที่ช่วยเลือกเทคนิคให้ตรงกับดวงตาแต่ละคนได้มากที่สุด

    เปรียบเทียบเลสิกแต่ละแบบแบบเข้าใจง่าย

    เปรียบเทียบเลสิกแต่ละแบบแบบเข้าใจง่าย

  • ฟื้นตัวเร็วที่สุด: LASIK / Femto LASIK / SMILE
  • เจ็บน้อยที่สุด: LASIK / Femto LASIK / SMILE
  • เหมาะกับกระจกตาบาง: PRK หรือบางเคสอาจเป็น SMILE
  • ทนกระแทกที่สุด: PRK หรือ SMILE
  • เหมาะกับคนตาแห้ง: SMILE มักมีโอกาสแห้งน้อยกว่าแบบมี ฝากระจกตา
  • ราคาประหยัดที่สุด: LASIK มาตรฐาน
  • ไม่มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีแบบที่ เหมาะที่สุดสำหรับคุณ เท่านั้นค่ะ

    อ่านเพิ่มเติม : เลสิกที่ไหนดี ควรเลือกยังไง

    สรุป เลือกเทคนิคเลสิคที่ใช่ ไปกับ “โปรดปราน เลสิค”

    ถ้าคุณเริ่มจริงจังกับการ “ถอดแว่น” หรืออยากเลิกใส่คอนแทคเลนส์ ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญกว่าการอ่านรีวิวคือการตรวจประเมินดวงตาอย่างละเอียด และให้จักษุแพทย์ช่วยเลือกเทคนิคที่เหมาะกับกระจกตา ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณของคุณจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น PRK, LASIK, Femto LASIK หรือเทคนิคอื่น ๆ การตัดสินใจจากข้อมูลครบถ้วนตั้งแต่ต้น จะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ทั้งชัดเจนและปลอดภัยในระยะยาว

    หากคุณกำลังมองหาทีมเลสิคที่เน้นทั้งความเชี่ยวชาญและความใส่ใจ แนะนำให้ลองปรึกษา

    Prodpran LASIK โดยหมอปู พร้อมดูแลเรื่องทำเลสิคสายตาสั้น ยาว หรือเอียง พร้อมเทคโนโลยีวิเคราะห์การมองเห็นอย่างละเอียด

    นัดตรวจดวงตากับจักษุแพทย์เฉพาะทาง พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคล

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เลสิก มีกี่แบบ

    Q1 : เลสิกมีกี่แบบจริง ๆ ?

    โดยหลักมี 4 แบบหลัก ได้แก่ PRK, LASIK, Femto LASIK และ ReLEx SMILE ส่วน ICL เป็นเทคนิคเสริมที่ใช้เมื่อไม่เหมาะทำเลสิกค่ะ

    Q2 : เลสิกแบบไหนดีที่สุด?

    ไม่มีแบบที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับกระจกตา ปัญหาตาแห้ง ค่าสายตา ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณค่ะ

    Q3 : กระจกตาบางทำเลสิกได้ไหม?

    บางเคสอาจทำ PRK หรือ SMILE ได้ แต่ต้องให้แพทย์วัดความหนาอย่างละเอียดก่อนค่ะ

    Q4 : SMILE เจ็บไหม? ฟื้นตัวเร็วไหม?

    SMILE แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็วมากใน 1–3 วันค่ะ

    Q5 : ทำเลสิกแล้วตาแห้งทุกแบบไหม?

    ทุกแบบอาจทำให้ตาแห้งชั่วคราว แต่ SMILE มักรบกวนเส้นประสาทกระจกตาน้อยกว่าในบางคน ทำให้แห้งน้อยลงค่ะ

    Q6 : อายุ 40+ ยังทำเลสิกได้ไหม?

    ทำได้ แต่ต้องประเมินเรื่องสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) และอาจต้องเลือกเทคนิคเฉพาะ เช่น Monovision ในบางรายค่ะ

    Q7 : เลสิกทำแล้วสายตาจะกลับมาสั้นอีกไหม?

    มีโอกาสเปลี่ยนได้ตามอายุและการใช้สายตา แต่ส่วนใหญ่คงที่ยาวนาน หากสายตาเดิมเสถียรค่ะ

    Q8 : เลือกระหว่าง Femto LASIK กับ SMILE อย่างไรดี?

    ขึ้นอยู่กับผลตรวจ เช่น ความหนากระจกตา ปัญหาตาแห้ง และไลฟ์สไตล์ หากเสี่ยงกระแทกหรือกังวล ฝากระจกตา มักเอนเอียงไปทาง SMILE ค่ะ

    แชร์บทความ