สายตาเอียง คืออะไร? อาการ สาเหตุ พร้อมวิธีแก้ และทำเลสิคได้ไหม

|
|
สายตาเอียง คืออะไร? อาการ สาเหตุ พร้อมวิธีแก้ และทำเลสิคได้ไหม
สายตาเอียง

คุณเคยรู้สึกไหมว่าแม้จะใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์แล้ว ภาพยังดูเบลอหรือซ้อนเล็กน้อย โดยเฉพาะเวลากลางคืน? อาการเหล่านี้อาจเกิดจาก สายตาเอียง ซึ่งเป็นภาวะการมองเห็นที่พบได้บ่อย และสามารถเกิดร่วมกับสายตาสั้นหรือสายตายาวได้ ในบทความนี้ เราจะพาคุณทำความเข้าใจ สายตาเอียง ตั้งแต่สาเหตุ อาการ การตรวจวินิจฉัย ไปจนถึงวิธีแก้ไขทั้งแบบชั่วคราวและถาวร เช่น การใส่แว่น คอนแทคเลนส์ และการทำเลสิค พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้มองชัดและสบายตามากที่สุด

สายตาเอียง คืออะไร (Focus Keyword: สายตาเอียง)

สายตาเอียง (Astigmatism) เกิดจากความโค้งของ กระจกตา หรือ เลนส์ตา ไม่สมมาตร ทำให้แสงรวมกันไม่เป็นจุดเดียวบนจอประสาทตา ภาพจึง เบลอ/บิดเบี้ยว ทั้งระยะใกล้และไกล ระดับความเอียงวัดเป็น “ไดออปเตอร์ทรงกระบอก (CYL)” พร้อม “องศา (AXIS)” ที่บอกทิศทางของความเอียง

สายตาเอียงมีกี่แบบ?

แบ่งตามตำแหน่ง

  • Corneal astigmatism – เอียงที่กระจกตา (พบบ่อยสุด)

  • Lenticular astigmatism – เอียงที่เลนส์ตา (พบร่วมในบางภาวะ เช่น ต้อกระจกระยะแรก)

  • แบ่งตามรูปแบบความโค้ง

  • Regular: โค้งต่างกันสองแกนหลักชัดเจน (แก้ด้วยแว่น/คอนแทค Toric/เลเซอร์ได้ดี)

  • Irregular: ผิวโค้งบิดเบี้ยวหลายแกน (เช่น Keratoconus) ต้องประเมินเป็นพิเศษ อาจต้องเลนส์แข็ง RGP/Scleral หรือ CXL ร่วม

  • แบ่งตามทิศทางแกน (Axis)

  • With-the-rule (WTR): เอียงแนวตั้งเด่น (แกน ~180°)

  • Against-the-rule (ATR): เอียงแนวนอนเด่น (แกน ~90°)

  • Oblique: เอียงเฉียง (~45°/135°)

  • อาการและสัญญาณเตือนของสายตาเอียง

    ิาการและสัญญาณเตือนของสายตาเอียง

    อาการหลัก

  • ภาพ เบลอ/บิด/ซ้อน ทั้งใกล้–ไกล หรือต้องหรี่ตาเพื่อให้ชัด

  • เส้นตรงดูบิด/ไม่ขนาน

  • ปวดตา ตาล้า ปวดศีรษะ หลังใช้สายตานาน โดยเฉพาะจอมือถือ/คอม

  • อาการที่พบบ่อยตอนกลางคืน

  • เเห็น แสงกระจาย รัศมี(halo/glare) รอบดวงไฟ

  • เขับรถกลางคืนลำบาก โดยเฉพาะเวลาฝนตกหรือมีไฟสวน

  • เคล็ดลับเบื้องต้น : เพิ่มระยะห่างจอ ปรับแสงห้องให้นุ่ม ลดสะท้อน และพักสายตา 20-20-20 (ทุก 20 นาที มองไกล 20 ฟุต นาน 20 วินาที)

    วิธีตรวจและการอ่านค่าสายตาเอียง

    การตรวจหลักที่ควรมี

  • Objective refraction/Retinoscopy/Autorefractor – วัดค่า SPH/CYL/AXIS เบื้องต้น

  • Keratometry / Corneal topography/tomography – วัดความโค้งและทำ “แผนที่กระจกตา” คัดกรองความเสี่ยง กระจกตาโป่ง (Keratoconus/Ectasia)

  • Subjective refraction – ทดลองเลนส์หา “ค่าสบายตา” ที่มองชัดสุด

  • Aberrometry (ถ้ามี) – ดูความเพี้ยนเชิงแสงระดับสูง (HOAs)

  • อ่านใบสั่งแว่นอย่างไร

  • SPH: ค่าสั้น/ยาว

  • CYL: ค่าเอียง (ยิ่งตัวเลขมาก = เอียงมาก)

  • AXIS: องศา 0–180° บอกทิศทางความเอียง

  • ควรแก้ไขสายตาเอียงเมื่อไร?

  • มีอาการรบกวนชีวิต/งาน/ขับรถ โดยเฉพาะเวลากลางคืน

  • CYL ≥ 0.50–0.75D มักรู้สึกชัดขึ้นเมื่อแก้ไข

  • เด็ก/วัยเรียน: แนะนำแก้ไขเพื่อป้องกันตาขี้เกียจและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน

  • ผู้ใหญ่ที่ทำงานจอ/อ่านแบบ/งานละเอียด: การแก้ไขช่วยลดปวดตาและความผิดพลาด

  • วิธีแก้ไขสายตาเอียง ทำได้อย่างไรบ้าง

    วิธีแก้ไขสายตาเอียง ทำได้อย่างไรบ้าง

    1) แว่นตาทรงกระบอก (Cylindrical lens)

  • ข้อดี: ปลอดภัย ปรับค่าได้ง่าย เพิ่มเลนส์กันแสงฟ้า/กันสะท้อนได้

  • ข้อจำกัด: มุมมองขอบเลนส์บิดเล็กน้อยในบางคน/เลนส์หนาขึ้นเมื่อค่า CYL สูง

  • 2) คอนแทคเลนส์ Toric (นิ่ม/รายวัน/รายเดือน)

  • ข้อดี: มุมมองกว้าง เคลื่อนไหวน้อย มองกลางคืนดีขึ้นในหลายราย

  • ข้อจำกัด: ต้องฟิตพิเศษให้ องศาไม่หมุน แพ้ง่าย/ตาแห้งต้องระวังสุขอนามัยในการใช้งานคอนแทคเลนส์

  • 3) เลนส์แข็ง RGP / Scleral

  • ข้อดี: ปรับผิวกระจกตา “เสมือนเรียบ” ช่วยใน irregular astigmatism/Keratoconus

  • ข้อจำกัด: ช่วงแรกต้องปรับตัว ความสบายตาอาจน้อยกว่าเลนส์นิ่ม และราคาแพง

  • 4) Ortho-K (เลนส์ใส่นอนรูปทรงพิเศษ) แบบ Toric

  • ข้อดี: ถอดกลางวันแล้วยังชัด (ชั่วคราว) เหมาะกับไลฟ์สไตล์แอคทีฟ

  • ข้อจำกัด: ต้องใส่สม่ำเสมอ รักษาความสะอาดสูง ค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง

  • 5) เลเซอร์แก้ไขสายตาเอียง (LASIK / PRK / SMILE / Topography-guided)

  • ข้อดี: ลดพึ่งพาแว่น/คอนแทค เห็นผลเร็ว โดยเฉพาะ LASIK/SMILE

  • ข้อจำกัด: ต้อง กระจกตาหนา/แข็งแรง ค่าสายตาต้อง คงที่ และไม่มีความเสี่ยงการเกิดกระจกตาโก่ง

  • 6) Toric ICL (เลนส์เสริมภายในตา) / RLE (เปลี่ยนเลนส์ถาวร)

  • ข้อดี: ทางเลือกเมื่อกระจกตาบาง/ค่าสายตาสูง/ตาแห้งมาก

  • ข้อจำกัด: เป็นหัตถการในตา ต้องประเมินความลึกช่องหน้าม่านตาและสุขภาพตาโดยละเอียด และราคาสูง

  • ใครเหมาะกับเลเซอร์แก้สายตาเอียง?

    Checklist เบื้องต้น

  • อายุ ≥ 18–20 ปี และ ค่าสายตาคงที่ ≥ 1 ปี

  • กระจกตา หนาเพียงพอ ไม่มีสัญญาณ กระจกตาโป่ง ectasia/keratoconus

  • ไม่มีโรคตาอักเสบเรื้อรัง ตาแห้งรุนแรงที่ควบคุมไม่ได้ หรือน้ำตาน้อยมาก

  • ไม่มีโรคที่กระทบการหายแผล (เช่น เบาหวานคุมไม่ได้, โรคภูมิคุ้มกันบางชนิด)

  • เข้าใจผลลัพธ์และความเสี่ยง เช่น ตาแห้งชั่วคราว แสงฟุ้งกลางคืน ในช่วงฟื้นตัว

  • หมายเหตุ: Topo-guided/Contoura/Custom อาจช่วยในรายที่มีผิวกระจกตาไม่เรียบหรือ HOA สูง (ต้องให้แพทย์ประเมินจากแผนที่กระจกตาและ aberrometry)

    เตรียมตัวก่อนเลสิค/SMILE สำหรับสายตาเอียง

  • งดคอนแทคเลนส์นิ่ม 3–7 วัน / แข็ง 2–4 สัปดาห์ ก่อนตรวจประเมิน (ลดผลกระทบต่อรูปร่างกระจกตา)

  • พักผ่อนเพียงพอ งดแต่งหน้า/โลชั่น/สเปรย์ผมในวันตรวจ–วันผ่าตัด

  • แจ้งประวัติยา/ภูมิแพ้/โรคประจำตัวทั้งหมด

  • การดูแลหลังเลเซอร์และการจัดการแสงฟุ้ง

  • หยอดยาตามแพทย์สั่งครบ ไม่ขยี้ตา ใส่ที่ครอบตาเวลานอนช่วงแรก

  • งดว่ายน้ำ/ซาวน่า 4 สัปดาห์ เลี่ยงฝุ่น/ควันจัดในช่วงสัปดาห์แรก

  • แสงฟุ้ง/รัศมี (halo/glare) มักดีขึ้นภายใน 3 เดือนแรก ใช้ น้ำตาเทียม, ลดจอในที่มืด, เพิ่มแสงพื้นหลัง และหลีกเลี่ยงขับรถกลางคืนช่วงแรก หากยังรบกวนให้พบแพทย์เพื่อประเมินต่อค่ะ

  • ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่ควรรู้

  • ตาแห้งชั่วคราว / แพ้คอนแทค / กระจกตาถลอกเล็กน้อยจากคอนแทคเลนส์/p>
  • หลังเลเซอร์: แสงฟุ้งกลางคืนระยะต้น, ค่าเปลี่ยนเล็กน้อย (regression)บางรายหลังทำ /p>
  • ความเสี่ยงรุนแรงพบไม่บ่อย แต่ต้องติดตามตามนัดเสมอ

  • สรุปปัญหาสายตาเอียง น่ากังวลกว่าที่คิด

    สายตาเอียง เป็นภาวะที่ทำให้การมองเห็นเบลอหรือบิดเบี้ยวทั้งระยะใกล้และไกล แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใส่แว่น คอนแทคเลนส์ หรือทำเลสิค การตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์คือขั้นตอนแรกที่สำคัญ เพื่อเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะสมกับดวงตาและไลฟ์สไตล์ของคุณ

      อย่าปล่อยให้ความไม่ชัดเจนรบกวนชีวิต เริ่มดูแลสายตาของคุณวันนี้ เพื่อการมองเห็นที่คมชัดและสบายตาในทุกสถานการณ์

    Prodpran LASIK โดยหมอปู คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณควรนัดตรวจอย่างยิ่ง เราพร้อมดูแลเรื่องทำเลสิคสายตาสั้น ยาว หรือเอียง พร้อมเทคโนโลยีวิเคราะห์การมองเห็นอย่างละเอียด

    นัดตรวจดวงตากับจักษุแพทย์เฉพาะทาง เพื่อดูว่าคุณเหมาะกับเลสิคหรือไม่ พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคล

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “สายตาเอียง”

    Q1 : สายตาเอียงรักษาหายขาดได้ไหม?

    A: ถ้าแก้ด้วยแว่นหรือคอนแทคเลนส์จะช่วยให้มองชัดแต่ไม่ถาวร ส่วนการทำเลสิคหรือเลเซอร์อื่น ๆ สามารถแก้ไขให้หายได้ในระยะยาว แต่ต้องตรวจประเมินก่อนว่าตาเหมาะสมในการทำหรือไม่

    Q2 : เลสิคแก้สายตาเอียงได้สูงสุดเท่าไร?

    A: โดยทั่วไปสามารถแก้ได้ถึงประมาณ 5–6 ไดออปเตอร์ ขึ้นกับความหนากระจกตาและสุขภาพตา

    Q3 : ถ้าไม่รักษาสายตาเอียงจะเป็นอะไรไหม?

    A: อาจทำให้ปวดหัว ตาล้า มองภาพบิดเบี้ยว และในเด็กเสี่ยงตาขี้เกียจ

    Q4 : เลือกแว่นหรือคอนแทคเลนส์แบบไหนดีกว่าสำหรับสายตาเอียง?

    A: ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ ถ้าต้องการความสะดวกและดูแลรักษาง่าย แว่นตาเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าอยากได้มุมมองกว้างและเคลื่อนไหวสะดวก คอนแทคเลนส์ชนิด Toric ก็เหมาะ

    Q5 : เลสิค/SMILE แก้สายตาเอียงได้ถึงกี่ไดออปเตอร์?

    A: โดยทั่วไปได้ประมาณ ถึงราว 5–6D ทั้งนี้ขึ้นกับความหนาและรูปทรงกระจกตา แพทย์จะคำนวณความปลอดภัยเป็นรายคน

    Q6 : ทำไมใส่คอนแทค Toric แล้วชัดบ้างไม่ชัดบ้าง?

    A: อาจเพราะ เลนส์หมุน ไม่อยู่กับแกนเอียง ต้องปรับขนาด/วัสดุ/ดีไซน์ หรือเปลี่ยนยี่ห้อให้ “ล็อกแกน” เสถียรขึ้น

    Q7 : เด็กมีสายตาเอียงต้องรีบรักษาไหม?

    A: แนะนำให้แก้ทันทีเพื่อลดความเสี่ยง ตาขี้เกียจ และพัฒนาการการมองเห็นล่าช้า

    Q8 : ทำงานหน้าจอเยอะ สายตาเอียงจะแย่ลงไหม?

    A: ไม่ได้ทำให้ “ค่าเอียงเพิ่ม” โดยตรง แต่ทำให้ ตาล้า/ปวดหัว ชัดขึ้น ควรแก้ไขค่าสายตาและจัดสภาพแสง–ท่านั่งให้เหมาะสม

    Q9 : นอนตะแคงแล้วทำให้เกิดค่าสายตาเอียงหรือไม่

    A: การนอนตะแคงไม่ได้ทำให้เกิดค่าสายตาเอียงขึ้น ค่าสายตาเอียงเกิดจาก ความโค้งของกระจกตาหรือเลนส์ตาไม่สมมาตร ซึ่งไม่เกี่ยวกับท่านอน

    แชร์บทความ