
- 27/08/2025
หลายคนที่สนใจทำเลสิคมักได้ยินคำว่า “กระจกตาบาง” และสงสัยว่าตัวเองจะทำเลสิคได้หรือไม่ กระจกตาบางเป็นภาวะที่พบได้และอาจส่งผลต่อการมองเห็น รวมถึงความปลอดภัยของการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่สาเหตุ วิธีตรวจ ว่ากระจกตาบางมีความเสี่ยงอะไร รวมถึงคำตอบสำคัญว่า กระจกตาบางทำเลสิคได้ไหม และถ้าไม่ได้ มีวิธีไหนแทนได้บ้าง
กระจกตาบาง คืออะไร
กระจกตา (Cornea) คือเนื้อเยื่อใสด้านหน้าสุดของดวงตา ทำหน้าที่หักเหแสงเข้าสู่เลนส์ตาและจอประสาทตา ความหนาปกติอยู่ที่ประมาณ 500–550 ไมครอน หากน้อยกว่านี้ถือว่าเป็น “กระจกตาบาง” ซึ่งอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างตาและความปลอดภัยในการทำผ่าตัดเลสิค
หน้าที่และความสำคัญของความหนากระจกตา

สาเหตุของกระจกตาบาง
- 1. พันธุกรรม – บางคนมีกระจกตาบางโดยกำเนิด
- 2. โรคกระจกตาโป่ง (Keratoconus) – ทำให้กระจกตาบางและโป่งเป็นทรงกรวย
- 3. การผ่าตัดตาในอดีต – เช่น เคยทำเลสิคหรือ PRK มาก่อน
- 4. บาดเจ็บหรืออักเสบของกระจกตา – จากการติดเชื้อหรือสารเคมี
- 5. พฤติกรรมเสี่ยง – ขยี้ตาบ่อยหรือแรงเกินไป
อาการและสัญญาณเตือน
ในบางรายกระจกตาบางอาจไม่มีอาการ ต้องตรวจด้วยเครื่องมือเฉพาะทางจึงจะทราบ
วิธีตรวจว่ามีกระจกตาบางหรือไม่
1) Pachymetry
ใช้คลื่นอัลตราซาวด์หรือแสงวัดความหนากระจกตาเป็นไมครอน
2) Corneal Topography / Tomography
สร้างแผนที่ความโค้งของกระจกตาเพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น กระจกตาโป่ง
3) Anterior Segment OCT
เครื่องถ่ายภาพตัดขวางความละเอียดสูงเพื่อประเมินความหนาทุกชั้นของกระจกตา

กระจกตาบางทำเลสิคได้ไหม
การทำเลสิคต้องตัดชั้นกระจกตาบางส่วนและปรับความโค้งด้วยเลเซอร์ ถ้ากระจกตาบางเกินไป อาจเหลือเนื้อกระจกตาหลังผ่าตัดไม่เพียงพอ เสี่ยงต่อภาวะ Post-LASIK Ectasia หรือกระจกตาโป่งในอนาคต ซึ่งแก้ไขได้ยาก
เกณฑ์ความปลอดภัยเบื้องต้นหากไม่ผ่านเกณฑ์นี้ แพทย์มักไม่แนะนำทำเลสิค
ทางเลือกแทนการทำเลสิคสำหรับคนกระจกตาบาง
PRK (Photorefractive Keratectomy)
เลเซอร์ผิวกระจกตาโดยไม่เปิดฝากระจกตา เหมาะกับกระจกตาบางเล็กน้อย ฟื้นตัวช้ากว่าเลสิคแต่ปลอดภัยกว่าในบางกรณี
ICL (Implantable Collamer Lens)
ใส่เลนส์เสริมถาวรในลูกตา ไม่ตัดเนื้อกระจกตา เหมาะกับผู้ที่มีค่าสายตาสูงและกระจกตาบางมาก
Ortho-K (Orthokeratology)
คอนแทคเลนส์แข็งใส่ขณะนอน เพื่อปรับรูปร่างกระจกตาชั่วคราว เหมาะกับผู้ที่ยังไม่พร้อมผ่าตัด
การดูแลและป้องกันภาวะกระจกตาบาง
สรุปกระจกตาบางควรทำอย่างไร
กระจกตาบาง เป็นภาวะที่ต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะหากต้องการทำเลสิค การประเมินโดยจักษุแพทย์อย่างละเอียดเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อความปลอดภัยและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต ถ้าไม่เหมาะทำเลสิคยังมีวิธีอื่นที่ให้ผลลัพธ์ดี เช่น PRK หรือ ICL
- ดวงตาของคุณมีเพียงคู่เดียว ควรเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด
Prodpran LASIK โดยหมอปู คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณควรนัดตรวจอย่างยิ่ง เราพร้อมดูแลเรื่องทำเลสิคสายตาสั้น ยาว หรือเอียง พร้อมเทคโนโลยีวิเคราะห์การมองเห็นอย่างละเอียด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “กระจกตาบาง”
Q1 : กระจกตาบางโดยกำเนิดอันตรายหรือไม่?
A: ถ้าไม่มีโรคร่วมและความหนาเพียงพอต่อการใช้งานก็อาจไม่อันตราย แต่ควรติดตามตรวจเป็นระยะ
ทำไมกระจกตาบางถึงเสี่ยงต่อการทำเลสิค?
A: เพราะการเลเซอร์เนื้อกระจกตาออกอาจทำให้เหลือความหนาน้อยเกินไป เสี่ยงกระจกตาโป่งและการมองเห็นแย่ลง
Q3 : PRK ปลอดภัยกว่าสำหรับคนกระจกตาบางหรือไม่?
A: ปลอดภัยกว่าในบางกรณีเพราะใช้เนื้อกระจกตาน้อยกว่าเลสิค แต่ต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล
Q4 : กระจกตาบางแก้ไขได้ไหม?
A: ไม่สามารถทำให้หนาขึ้นตามธรรมชาติได้ แต่มีวิธีเสริมความแข็งแรง เช่น Corneal Cross-linking ในกรณีโรคกระจกตาโป่ง
Q5 : กระจกตาบางเท่าไรถึงเรียกว่าเสี่ยง?
A: โดยทั่วไป ความหนากระจกตาน้อยกว่า 500 ไมครอน จะถือว่าบางกว่าค่าเฉลี่ย และถ้าน้อยกว่า 480 ไมครอน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากการทำเลสิค จึงต้องประเมินอย่างละเอียดก่อน
Q6 : กระจกตาบางกับโรคกระจกตาโป่ง (Keratoconus) ต่างกันอย่างไร?
A: กระจกตาบางเป็นเพียงความหนาที่น้อยกว่าปกติ ส่วนโรคกระจกตาโป่งคือการที่กระจกตาไม่เพียงบาง แต่มีการเปลี่ยนรูปเป็นทรงกรวย ทำให้ค่าสายตาเปลี่ยนเร็วและมองเห็นผิดปกติรุนแรง
Q7 : ถ้ากระจกตาบางและมีสายตาสั้นมาก ควรเลือกวิธีใดแทนเลสิค?
A: ตัวเลือกที่เหมาะสมได้แก่ ICL (เลนส์เสริมภายในตา) หรือ PRK ซึ่งใช้เนื้อกระจกตาน้อยกว่าเลสิค และยังสามารถแก้ไขค่าสายตาสูงได้
Q8 : การขยี้ตาทำให้กระจกตาบางลงจริงหรือ?
A: จริงค่ะ โดยเฉพาะถ้าขยี้แรงและบ่อย จะทำให้เนื้อกระจกตาเสียรูปและบางลง เพิ่มความเสี่ยงโรคกระจกตาโป่ง
Q9 : กระจกตาบางสามารถป้องกันไม่ให้บางลงกว่าเดิมได้หรือไม่?
A: แม้จะไม่สามารถเพิ่มความหนาตามธรรมชาติได้ แต่สามารถป้องกันการบางลงเพิ่มเติมได้โดย เลี่ยงขยี้ตา, ป้องกันการบาดเจ็บตา, และรักษาโรคตาอักเสบให้ทันที
Q10 : กระจกตาบางต้องตรวจติดตามบ่อยแค่ไหน?
A: ควรตรวจทุก 6–12 เดือน หรือเร็วกว่านั้นหากมีอาการมองเห็นเปลี่ยนไป หรือสงสัยว่ามีโรคกระจกตาโป่งร่วม